ขอบเขตและสภาพทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่
By admin | 8-6-2019 10:44

1. ภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์มนุษย์
อุทยานธรณีโคราช ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองตอนกลางถึงตอนล่างในจังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัด คือ อำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมาและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และตั้งอยู่ระหว่างพิกัดละติจูด 14° 40'  31''  เหนือ ถึง 15° 08' 59'' เหนือ และลองจิจูด 101° 23' 51'' ตะวันออก ถึง 102° 23' 49'' ตะวันออก มีพื้นที่ทั้งหมด 3,167.38 ตร.กม. และมีขอบเขตที่ห่างจากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย 170 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดขอนแก่น เมืองหลักเมืองหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 170 กิโลเมตร มีลักษณะภูมิประเทศจำแนกได้ 3 เขต คือ 

1) พื้นที่ภูเขาเนินเขา (เควสตา) ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ 2) พื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดทางตอนกลางและทางใต้   3) พื้นที่ราบทางตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยจุดสูงสุดและต่ำสุดของภูมิประเทศอยู่ที่ระดับ 782 และ 163 เมตร ตามลำดับ จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีภูมิประเทศเป็นแบบร้อนชื้นสลับแล้ง (Tropical Wet and Dry Climate) ปริมาณฝนเฉลี่ยต่อปี 1,019.2 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่อปี 27.4 องศาเซลเซียส พืชพรรณธรรมชาติบริเวณที่ราบถึงเนินเขาส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ส่วนบริเวณภูเขาส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้ง จำนวนประชากรทั้งหมด 741,239 คน (2561) โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวไทโคราช ไทอีสาน ไทจีน และส่วนน้อยเป็นชาวไทมุสลิม ไท-ยวน แลไทซิกข์ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประชากรส่วนใหญ่ คือ การเกษตรกรรม โดยมีการปลูกข้าว มันสำปะหลัง อ้อย เลี้ยงวัว หมู ไก่ ส่วนเมืองในระดับจังหวัดและอำเภอ ประชากรส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรม การค้าและบริการ โดยเฉพาะเมืองนครราชสีมา เป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในด้านอุตสาหกรรม การค้าและบริการ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน โดยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรถไฟ ทางรถยนต์ระดับภาคด้วย

2. ลักษณะทางธรณีวิทยาและความสำคัญทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ
ลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่อุทยานธรณีโคราช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสูงโคราช รองรับด้วยชั้นหินตะกอนในมหายุคมีโซโซอิก เรียกว่า กลุ่มหินโคราช ประกอบด้วยหินทราย หินทรายปนกรวด หินทรายแป้ง หินดินดาน หินโคลน และชั้นเกลือ กลุ่มหินโคราชได้รับผลกระทบจากกระบวนการเกิดภูเขาหิมาลัย เมื่อ 65 – 55 ล้านปีก่อน ทำให้เกิดการยกตัวเป็นที่ราบสูง และชั้นหินคดโค้งลงเป็นแอ่ง 
เกิดเป็นลักษณะภูมิประเทศเควสตาบริเวณชายขอบด้านตะวันตก และเนื่องจากมีหมวดหินที่ไม่ต้านทานและต้านทานสลับกัน 2 ชุด จึงทำให้เกิดแนวสันเขาเควสตาเรียงขนาน 2 แนว ส่วนทางตอนกลางเป็นพื้นที่หมวดหินแบบฉบับของหมวดหินโคกกรวด พบฟอสซิลสัตว์เลื้อยคลานยุคครีเทเชียสตอนต้นที่เป็นพันธุ์ใหม่ 5 ชนิด จำพวกไดโนเสาร์อิกัวโนดอนต์ เต่าและจระเข้ ส่วนทางตะวันออก เป็นพื้นที่ทับถมของตะกอนธารน้ำ บางแห่งเป็นชั้นหนาถึง 60 เมตร อายุยุคนีโอจีน-ควอเทอร์นารี พบฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพันธุ์ใหม่ 3 ชนิด คือ บรรพบุรุษอุรังอุตัง Khoratpithecus piriyai  บรรพบุรุษฮิปโปโปเตมัสโบราณ Merycopotamus thachangensis  และแรดไร้นอชนิด Aceratherium porpani  รวมทั้งฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ 10 สกุลจาก 55 สกุลของโลกในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งพบมากที่สุดในโลก คือ Gomphotherium, Prodeinotherium,  Protanancus,   Tetralophodon,   Zygolophodon,    Stegolophodon,   Deinotherium,    Sinomastodon,    Stegodon  และ Elephas  นอกจากนี้ ยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ อีกกว่า 20 ชนิด รวมทั้งไม้กลายเป็นหินจำนวนมาก  

อาจกล่าวสรุปถึงความสำคัญทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติได้ 5 ประการ จากสำคัญมากที่สุดและรองลงไป คือ

1. ความหลากหลายทางชีวภาพของฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วนมยุคนีโอจีนและควอเทอร์นารี 2. แหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์อิกัวโนดอนต์และสัตว์ร่วมยุคสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3. แหล่งฟอสซิลไม้กลายเป็นหินหลากหลายชนิดและสีสันที่สำคัญของอินโดจีน 4. พื้นที่แบบฉบับของหมวดหินโคกกรวดในกลุ่มหินโคราช  5. มีภูมิประเทศเควสตาโดดเด่นที่เป็นส่วนหนึ่งของเควสตาโคราชที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
 
 

แผนที่ธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

แสดงแนวภาพตัดขวางทางธรณีวิทยาระหว่างนครราชสีมา-หนองคาย

แนวโคราชเควสตาของพื้นที่หมวดหินภูพาน-พระวิหารในคาบสมุทรอินโดจีน

 

 

 

.