มรดกทางธรรมชาติ

  พื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านธรรมชาติส่วนใหญ่อยู่นอกพื้นที่โครงการ แต่เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ประชิดกับพื้นที่โครงการที่สามารถเชื่อมโยงในเชิงการท่องเที่ยวได้ ได้แก่ ผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและผืนป่าสะแกราชที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่”จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 29 เมื่อปี พ.ศ. 2548 เป็นมรดกโลกแหล่งที่ 5 ของไทย และเป็นอันดับที่ 2 ของมรดกทางธรรมชาติไทยกินพื้นที่อยู่ใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นราว 6,200 ตารางกิโลเมตร ถูกเรียกว่าเป็น ผืนป่าตะวันออก ซึ่งเปรียบเทียบกับผืนป่าตะวันตกในเขตจังหวัดตาก และรอบๆ

  แหล่งมรดกโลกผืนป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่นั้น เป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยมีสภาพป่าแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า

  จากระบบนิเวศทางธรรมชาติที่หลากหลาย ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จึงเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่าจำนวนมาก จากการสำรวจพบว่า ประเทศไทยนั้นพบชนิดพันธุ์พืชทั้งหมดราว 15,000 ชนิด โดยพบในพื้นที่ดงพญาเย็น-เขาใหญ่จำนวนไม่น้อยกว่า 2,500 ชนิด หรือประมาณ 1 ใน 6 ของชนิดพันธุ์ที่ปรากฏในประเทศ โดยมีชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น 16 ชนิด และมีสัตว์ป่ามากถึง 805 ชนิด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 112 ชนิด นก 392 ชนิด และมีสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก รวมกัน 205 ชนิด โดยมี 9 ชนิด ที่เป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น ได้แก่ ตะพาบหัวกบหรือกราวเขียวหรือกริวดาว จิ้งจกหินเมืองกาญจน์ ตุ๊กแกเขาหินทราย กิ้งก่าภูวัว จิ้งเหลนด้วงตะวันตก จิ้งเหลนเรียวโคราช งูดินโคราช งูกินทากลายขวั้น และจระเข้น้ำจืด และในจำนวนสัตว์ป่าที่พบทั้งหมดมีหลายชนิดที่มีความสำคัญในระดับโลก และมี 3 ชนิดพันธุ์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ ช้างป่า เสือโคร่ง และวัวแดง


ช้างป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ A wild elephant in Khao Yai National Park
(จาก http://thaiworm33.igetweb.com)

ผืนป่าสะแกราช

  พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช (สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช) ตั้งอยู่ในเขตตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย ตำบลวังน้ำเขียวและตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 304 และห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 300 กิโลเมตร หรืออยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 14° 26’ 33” เหนือ ถึง 14° 32’ 50” เหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 101° 50’ 43” ตะวันออก ถึง 101° 57’ 21” ตะวันออก

  สภาพทั่วไปในพื้นที่สงวนชีวมณฑลเดิม (สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช) ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 78.08 ตารางกิโลเมตร หรือ 48,800 ไร่ ประกอบไปด้วยความสำคัญดังนี้

  ป่าดิบแล้ง(dry evergreen forest) : เป็นป่าค่อนข้างทึบ มีเนื้อที่ประมาณ 21,019 ไร่ และมีความหนาแน่น 123 ต้นต่อไร่ พันธุ์ไม้ที่สำคัญประกอบด้วย ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง ชัน กะบก เป็นต้น

  ป่าเต็งรัง : เป็นป่าโปร่ง มีเนื้อที่ประมาณ 8,163 ไร่ มีความหนาแน่น 84 ต้นต่อไร่ พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ เต็ง รัง พลวง เหียง และพะยอม เป็นต้น

  นอกจากป่าสำคัญทั้งสองชนิดดังกล่าว ยังมีป่าไผ่และป่าปลูก โดยเฉพาะป่าปลูกมีเนื้อที่ประมาณ 8,643 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้โตเร็ว ได้แก่ กระถินเทพา กระถินณรงค์ และซ้อ เป็นต้น


ไก่ฟ้าพระยาลอจากป่าสะแกราช Siamese fireback from Sakaerat forest
(https://pantip.com/topic/30879806)

  สัตว์ป่าที่สำรวจพบในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช (สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช) มีประมาณ 380 ชนิด เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด ที่พบได้แก่ เก้ง เลียงผา หมีควาย หมาป่า หมูป่า เป็นต้น สัตว์ปีกมีประมาณ 200 ชนิด ประกอบด้วย ไก่ฟ้าพระยาลอ ไก่ป่า และนกชนิดต่างๆ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจำนวน 25 ชนิด และสัตว์เลื้อยคลานจำนวน 82 ชนิด จากจำนวนสัตว์ดังกล่าวเป็นสัตว์ดังกล่าวเป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ เสือโคร่ง กวางป่า นกยูง พญากระรอกสีดำ ไก่ฟ้าหลังขาว เป็นต้น

ข้อมูลจาก : หนังสือลักษณะภูมิประเทศและธรณีวิทยาในอุทยานธรณีโคราช
โดย : สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (พฤศจิกายน 2560)
close